รายละเอียดสินค้า

การเบิกบุญ โอนบุญ อุทิศบุญ
 
รหัสสินค้า : Dharma
ยี่ห้อ :
รุ่น :
สภาพสินค้า : สินค้ามือใหม่
Links : คลิกลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
แจกฟรีค่ะ
Share with Friends
รายละเอียดสินค้า :

วิธีการเบิกบุญ ฝึกทุกๆวัน จิตใจแจ่มใส

จะเป็นคนที่มีแต่ให้นะค่ะ

ลองฝึกกันดูนะค่ะ อนุโมทนาบุญค่ะ

เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรม – ปัญหาชีวิต

(ก่อนอ่านตั้งนะโม 3 จบ)

โดย

พระอาจารย์เกษม  อาจิณณสีโล

วัดป่าสามาแยก ตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์

 

                ในการจัดทำหนังสือครั้งนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวข้าพเจ้า จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบิดา – มารดาข้าพเจ้า จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบุตร – หลานข้าพเจ้า จงเป็นของเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้าจงเป็นของเทวดาผู้รักษาญาติสนิท – มิตรสหายที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ดีและล่วงลับไปแล้วก็ดี จงเป็นของเทวดาภูต – ผี – ปีศาจ – เปรต – ครุฑ – นาค – ยักษ์ – สัตว์เดรัจฉานที่เลี้ยงไว้ ที่ยังอยู่หรือตายแล้ว และบุญนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ให้เลิกเบียดเบียนจองเวรจองกรรมซึ่งกันและกันและส่งผลให้ข้าพเจ้าผู้จัดทำหนังสือเพื่อเป็นทานในครั้งนี้ให้มีความสุข มีกินมีใช้ มีเสื้อผ้า มีที่อยู่อาศัย กิจการค้าธุรกิจที่ทำจงประสบความสำเร็จความเจิญถ้วนหน้าเทอญ

                เคล็ด : การใช้อำนาจบุญแก้กรรม – ปัญหาชีวิต

                ผู้เปิดเผยเคล็ดเรื่องนี้คือท่านพระอาจารย์เกษม  อาจิณณสีโล ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่หล้า พระอริยเจ้าแห่งวัดภูจ้อก้อ จังหวัดมุกดาหาร อุปสมบทเมื่อ พ.ศ.2529 ท่านมีประสบการณ์ทางจิตที่โลดโผนพิสดาร แม้เดินจงกรมก็สามารถเดินเหยียบอากาศเอาผ้าไปพาดไว้บนกิ่งไม้สูงสิบเมตรได้ ทั้งสามารถมองเห็นภูต ผี ปีศาจ เทวดา นาค ครุฑ ยักษ์ อย่างจัดแจ้งแม้กระทั่งลืมตา มีญาณระลึกชาติย้อนหลังได้มากมายหลายชาติ เป็นพระสงฆ์ที่ใช้เวลาท่องเที่ยวไปในนรก สวรรค์ ปานเรื่องพระมาลัยโปรดสัตว์โลกนับครั้งไม่ถ้วน ด้วยท่านเป็นพระที่ไม่สนใจในลาภ ยศ ชื่อเสียง ทั้งเทพยดาสูง – ต่ำ ตลอดจนภูติ – ผี – ปีศาจ – เปรต – อสูรกาย – สัมภเวสี ที่ตกทุกข์ได้ยากทั่วทุกสารทิศพากันหลังไหลมุ่งไปหาขอความช่วยเหลือจากท่าน แต่ละวันผู้คนมากหน้าหลายตาต่างดั้นด้นข้ามป่าข้ามเขา ผ่านหนทางทุรกันดารไปกราบท่านเพื่อให้ท่านช่วยแก้ไขปัญหาเคราะห์กรรมต่าง ๆ ซึ่งท่านก็เพียงแต่แนะนำหลักการใช้บุญแก้กรรมแบบง่าย ๆ แต่ทว่าได้ผลชงักงันอย่างคาดไม่ถึงอย่างชนิดที่ไม่มีพระรูปไหนกล้าพูดแนะนำได้อย่างนี้ เรามักท่องเป็นคาถาอยู่ร่ำไปว่าเวรกรรมนั้นแก้ไม่ได้ แต่พระอาจารย์ท่านยืนยันรับประกันอย่างหนักแน่นว่า.... แก้ไขได้ ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย ไม่ต้องทำพิธีสวดอะไรให้ใหญ่โตเสียเวลา เสียเงินทองให้มากมาย แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่ว่า ทุกวันนี้คนทำบุญกันไม่ค่อยเป็น ดึงบุญที่เคยทำมาใช้ก็ทำไม่เป็น เป็นเพียงแต่การก้มหน้าชดใช้กรรมอย่างจนตรอกอยู่ท่าเดียว หลายท่านเมื่อนำคำสอนที่ท่านแนะนำไปปฏบัติต่างก็ได้รับผลดีเกินคาด แต่ด้วยความที่ท่านไม่อยากเด่นอยากดัง หากใครจะขอนำประวัติของท่านมาลงหนังสือท่านจะไม่ยอมพูดด้วย ท่านจะมีเมตตามากในการเทศน์ การสอนญาติโยม แม้เวลากลางคืนก็ยังต้อนรับผู้มาเยือนจากแดนทิพย์ไม่หยุดหย่อน พร่ำสอนเผยแพร่เคล็ดนี้ทั้งวันทั้งคืน ซึ่งท่านมักแผ่นซีดีแจกจ่ายให้นำไปฟังแล้วบอกว่า “ฟังแล้วให้นำไปปฏิบัติแล้วแจกจ่ายกันฟังต่อ ฟังให้เข้าใจแล้วไม่จำเป็นต้องถ่อมาหาท่านที่วัดเพราะวัน ๆ ท่านก็เหนื่อยพอแล้ว การจะทำบุญทำที่ไหนก็ได้ เช่น ทำบุญกับพ่อแม่ซึ่งท่านเปรียบเสมือนพระอรหันต์อยู่ในบ้าน แล้วอุทิศบุญให้เทวดา และเหล่าสรรพสัตว์ในโลกทิพย์ก็ได้ผลเท่ากับถวายทานให้พระอรหันต์ วัดของท่านมีพอกินพอใช้แล้ว ไม่ขาดแคลนอะไรจึงไม่จำเป็นต้องหลั่งไหลมาทำบุญกับท่านก็ได้”

 

                วิชาเจริญเมตตาแผ่บุญกุศลนี้ พระอาจารย์กล่าวว่าเคยใช้กันมามากตั้งแต่สมัยพุทธกาล แต่เพิ่งสาบสูญไปเมื่อ 300 – 400 ปีมานี่เอง ถ้าค้นคว้าในพระไตรปิฎกก็พบมากที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญ และเทวดาผู้รับบุญ ท่านมีเรื่องราวพิสดารมหัศจรรย์ในกรรมฐานอย่างมากมาย การตอบคำถามถึงปัญหาในการปฏิบัติธรรม ท่านจะตอบอย่างห้าวหาญทั้งคำถามในด้านโลกียะ และโลกุตระ ความหยาบละเอียดของอารมณ์พระอริยะเจ้าแต่ละระดับทะลุไปจนถึงพระนิพพาน ทุกคำถามมีคำตอบจากท่าน สุดแต่ผู้ถามจะถามปัญหาใด ลีลาการตอบคำถามของท่านจะออกแบบบ้าน ๆ ฟังแล้วเข้าใจง่ายไม่ต้องตีความ นำไปสู่การปฏิบัติพัฒนาทางจิตยิ่ง ๆ ขึ้นไป หนังสือที่ประมวลสรุปไว้นี้เป็นเพียงแต่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เมื่ออ่านแล้วนำไปประพฤติปฏิบัติท่านก็จะประสบความสุข ความสำเร็จตามปรารถนา แต่เรื่องนี้ไม่ได้มุ่งหวังที่จะไม่ให้ใครไม่ต้องตาย มิได้มุ่งหวังจะทำให้ใครอยู่ค้ำฟ้าไปตลอดกาล กฎของไตรลักษณ์ย่อมเป็นไปตามไตรลักษณ์ ไหน ๆ เราก็ต้องตายแต่เมื่อเรามีทางเลือกที่จะตายได้อย่างสงบสุข และตายได้อย่างมีสติพร้อม แล้วอย่างนี้เราจะปฏิเสธได้หรือ อีกอย่างหนึ่งข้อมูลสาระนี้จะไม่บังเกิดประโยชน์อันใดต่อท่านที่ยังเหนียวแน่นอยู่กับมานะสังโยชน์ และไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ขาดซึ่งอิทธิบาท 4 เช่นนี้แม้ฟ้าดินก็หมดปัญญาที่จะเข้าไปยุ่งอะไรกับท่าน เมื่อป้อนยาเข้าปากแต่ไม่ยอมกลืน จะตายทิ้งก็สุดแท้แต่ท่านเถิด

 

                ที่มาของการเปิดเผยเคล็ดการแผ่บุญแก้กรรม

                ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ทั้งในโลกนี้ และในโลกทิพย์ล้วนมีส่วนสัมพันธ์กันในเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่ตลอดเวลา ในการเวียนว่ายตายเกิดไป ๆ มา ๆ จะหาที่ไม่เคยเป็นญาติ ไม่เคยเป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกันนั้นไม่มี ชีวิตของทุกผู้ทุกคนจึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อยทั้งในส่วนดีมาก และดีน้อย ทั้งในส่วนเลวมาก และเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังมาก และชิงชังน้อย ทั้งในส่วนที่รักและอุปการะมากและน้อยตามแต่กรณี

                การได้ดี ตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งเกิดจากเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของวิญญาณลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เช่นเทวดาช่วยเหลือ เทวดาให้โทษ ผีให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้นชิงชังให้โทษ ในคนทุกคน สัตว์ทุกสัตว์ จะมีเทวดารักษาอย่างน้อย 2 องค์ เทวดาประจำตัวนี่แหละที่มีอิทธิพลต่อเราอย่างคาดไม่ถึง บ้างก็ชอบช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จ หรือช่วยปกป้องคุ้มครองให้เรารอดพ้นจากอันตรายที่น่าหวาดเสียวมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งบางที่เราก็ยกให้เป็นอานุภาพของวัตถุมงคลที่แขวนคอก็มี เด็กน้อยบางคนแม้ไม่มีวัตถุมงคลแขวนคอเลย แต่ตกบ้านตกเรือนด้วยความซุกซนก็ไม่ได้รับอันตรายเพราะเหมือนมีใครมาอุ้มไว้ก่อนตกถึงพื้นก็มี บุคคลบางคนไม่มีวัตถุมงคลติดตัวเลย แต่สามารถหลุดพ้นจากอุบัติเหตุ และการดักทำร้ายของศัตรูมาได้อย่างปาฎิหารย์ นั่นคือการปกป้องรักษาจากเทวดาประจำตัวเขา และหรือญาติในโลกทิพย์ของเรา

                ในเรื่องของกฎแห่งกรรม เราชาวพุทธคงไม่มีใครปฏิเสธเมื่อตนกำลังเดือดร้อน กำลังเครียด หรือกำลังทุกข์ทรมานใด ๆ ที่จำต้องยอมทนอย่างไม่มีทางเลือก หลาย ๆ ท่านมักจะนึกถึงจะคิดแต่เพียงว่าจะขอรับชะตากรรมนั้น หวังจะชดใช้ให้หมดเวรหมดกรรมจบ ๆ กันไป การคิดเช่นนี้ดูจะเข้าท่าตามหลักการยอมรับในกฎแห่งกรรม แต่ออกจะหยาบและดูจะปิดโอกาสปิดช่องทางของตนเองอย่างสิ้นเชิงนี่เอง พระอาจารย์กล่าวว่าพวกเราไม่รู้ว่ามันยังมีทางออก มีทางเลือกที่แสนจะง่าย เรามีวิธีที่จะชำระล้างหนี้แค้นหนี้กรรมให้แก่เจ้ากรรมนายเวรเขาโดยที่เราก็ไม่ได้เบี้ยวหนี้ โดยที่เรายังเคารพในกฎแห่งกรรม โดยที่เราไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน โดยไม่ต้องกลุ้มไม่ต้องเครียด ขณะเดียวกันเจ้ากรรมนายเวรเขาก็พอใจกับประโยชน์สุขนี้อย่างเต็มที่ ความเคียดแค้นพยาบาทอะไรต่าง ๆ ที่มีต่อเราก็จางมลายหายไปสิ้น เขาก็เป็นสุข เราก็เป็นสุข แต่นี่........... เรากลับปล่อยให้เขาเลือกเล่นงานเราอยู่ฝ่ายเดียว ต่างฝ่ายต่างก็เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งคู่ เขาก็ทุกข์กรุ่นอยู่กับความพยาบาท อาฆาต เราก็ทุกข์ด้วยเวทนาเพราะเขาคอยจ้องแต่จะมาเล่นงานเราอย่างไม่เลิกรา อย่ากระนั้นเลยเรามายอมรับกฎของกรรมแต่โดยดีแบบฉบับที่เราเลือกได้ด้วย “บุญ” กันดีกว่า คนเราล้วนสั่งสมบุญให้ทานกันมาแล้วทั้งนั้น ทั้งในชาติก่อนและชาตินี้ ถ้าจะนึกถึงบุญมันก็เยอะจนจำไม่หวาดไม่ไหว แต่ด้วยความไม่รู้จักชำระหนี้แค้นให้แก่เจ้ากรรมนายเวรดั่งว่า ทำบุญไปก็คิดแต่จะรอให้ตายซะก่อนแล้วค่อยไปรับบุญในสรวงสวรรค์ แล้วก็พากันบ่นว่า บุญอะไรก็ทำมาหมดแล้ว ชีวิตก็ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงดีขึ้นสักที ก็จะดีได้อย่างไรเล่าในเมื่อสักแต่ว่าทำบุญแต่ทำไม่เป็น ถูกสั่งสอนกันมาอย่างผิด ๆ มัวแต่ไปรออุทิศให้ตอนกรวดน้ำ เจ้ากรรมนายเวรเขาก็เลยไม่ได้รับบ้าง ไม่เคยเผื่อแผ่ให้บุญแก่เทวดาที่ปกปักษ์รักษาตัวเอง ไม่เคยให้เจ้ากรรมนายเวรที่ตามจองเวรกันอยู่ ไม่เคยให้เทวดาและญาติทิพย์ที่อาศัยอยู่ในเขตบ้านเขตเรือน ไม่เคยให้แก่เทวดาที่ช่วยดูแลรักษากิจการงานห้างร้าน ไม่เคยให้เทวดาที่รักษาเจ้านายของตัวเอง แถมบางทีการแผ่อุทิศก็ให้ไม่เฉพาะเจาะจงเข้าอีก หรือดันไปให้ตอนที่แสงแห่งบุญหมดแล้ว เทวดาเหล่านั้นบางองค์อาจมีบุญน้อย มีฤทธิ์น้อย จึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเราได้มาก แต่ถ้าเขาได้รับอานิสงค์บุญจากเราอย่างถูกวิธีบ่อย ๆ เขาจะกลายเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์ มีอำนาจ สามารถช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จได้ดังใจหมาย

 

วิธีการทำบุญให้เกิดสัมฤทธิ์ผล

  1. บุญเกิดจากการให้ทาน
  2. บุญเกิดจากการรักษาศีล
  3. บุญเกิดจากการภาวนาอบรมจิตใจ

การสร้างความดีทุกประการนั้นล้วนเป็นแหล่งของการเกิดผลบุญกุศลทั้งสิ้น แล้วก่อให้เกิดอานิสงส์ที่จะสร้างความสำเร็จในชีวิตได้ทุกเรื่อง

บุญอันเกิดจากการให้ทาน เมื่อถวายของแด่พระภิกษุสงฆ์หรือให้ของแกใครไม่ว่าจะให้ของแก่พ่อแม่ พี่น้อง ญาติมิตร แม้เอาข้าวสุกให้สุนัขกิน เอาอาหารโยนให้ปลากิน  เอาเศษอาหารโปรยให้มดกิน ขณะนั้นจะเกิดกระแสบุญเป็นแสงเรืองรองแผ่ออกจากตัวผู้ให้ทันที และเพียงไม่กี่วินาทีแสงนี้จะพุ่งหายขึ้นไปเบื้องบนแล้วสะสมเป็นกองบุญของผู้ให้อยู่บนเทวโลก ดังนั้นจึงขอเน้นย้ำว่าหลักสำคัญที่สุดว่าขณะของหลุดจากมือเมื่อใส่บาตรถวายของพระหรือให้ของแก่ใครก็ตาม เราต้องอธิษฐานจิตแผ่บุญทันที อย่ามัวไปรอแผ่บุญตอนพระสวด “ยถาสัพพี” เนื่องจากการแผ่ให้ตอนยถาฯ อย่างที่เคยปฏิบัติกันมานั้นผิด เพราะกระแสบุญได้เลือนจางหายไปอยู่ในสวรรค์หมดแล้ว ต้องคิดแผ่บุญในทันทีทันใดว่า “บุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวข้าพเจ้า หรือบุญนี้จงเป็นของเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า หรือบุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวข้าพเจ้า หรือบุญนี้จงเป็นของเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า หรือบุญนี้จงเป็นของเทวดา ภูต – ผี – ปีศาจ – เปรต – ครุฑ – นาค – ยักษ์ ที่สถิตอยู่ในสถานที่เรือกสวนไร่นาหรือเคหะสถานบ้านเรือนของข้าพเจ้า หรือบุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบุตรของข้าพเจ้า หรือจงเป็นของเทวดาผู้รักษาบิดามารดาของข้าพเจ้าเป็นต้น ขึ้นอยู่กับเราว่าต้องการแก้ปัญหากลัดกลุ้มในเรื่องใด

บุญอันเกิดจากการภาวนาให้อธิษฐานก่อนเช่นว่า ขอบุญที่จะเกิดจากการภาวนาต่อไปนี้ถึงแก่เจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้ข้าพเจ้าเจ็บป่วย (เป็นอะไร) หรือจะให้ใครก็ให้อธิษฐานเอาเอง แล้วก็เริ่มภาวนาได้เลย หลังจากเลิกภาวนาก็ให้อุทิศบุญนี้ไปอีกครั้งหนึ่ง บุญที่เกิดจากการภาวนานี้ จะมีพลานุภาพแรงยิ่งกว่าบุญจากการให้ทานมาก ฉะนั้นพวกภูตผีชั้นต่ำมักรับไม่ค่อยได้ เราต้องเปิดช่องไว้ก่อนภาวนา เขาจะได้เตรียมรับตามกำลังความสามารถของตนเอง เพราะหากจะให้ตอนที่ภาวนาเสร็จแล้วจึงให้ก็เปรียบเหมือนเราปล่อยน้ำที่พุ่งจากท่อดับเพลิง แต่เขาเอาภาชนะที่ไม่เหมาะสมมารับ เขาจะรับไม่ได้เนื่องจากกำลังจิตของเขาไม่แข็งแรงพอ หากเราอธิษฐานเปิดให้เขาเตรียมตัวไว้ก่อนก็เหมือนเปิดก๊อกน้ำออกค่อย ๆ ใครภาชนะน้อยก็เอามาตวงรับตามกำลังที่มี แต่สำหรับเทวดาบุญหนักศักดิ์ใหญ่ท่านสามารถรับบุญใหญ่หลังภาวนาได้อยู่แล้ว เปรียบเหมือนท่านมีโอ่งมีถังขนาดใหญ่สำหรับรองรับน้ำที่พุ่งออกจากท่อดับเพลิงนั่นเอง

บุญอันเกิดจากการรักษาศีล การทำบุญด้วยการตั้งใจรักษาศีลก็ย่อมเกิดบุญกุศลขึ้นเช่นกัน ทุกครั้งที่ระลึกถึงศีลตัวเองที่รักษาดีแล้วไม่ด่างพร้อยก็สามารถอธิฐานส่งบุญได้ว่า “บุญที่ข้าพเจ้าได้รักษาศีลนี้จงถึงแก่................................................”

หรือในการทำความดีทุกอย่าง เช่นแม้แต่การพูดให้เขาได้สติคิดดี การได้ช่วยเหลือคน การได้ทำประโยชน์ส่วนรวม ย่อมก่อให้เกิดความปิติดีใจ นั่นแหละบุญ ให้รีบส่งบุญถึงผู้ที่เราต้องการให้บุญทันที

 

การเบิกบุญ

                การเบิกบุญเก่าที่เคยสั่งสมมาแต่อดีตมาใช้ บุญที่เราทำไว้แล้วมีมากมายที่สะสมอยู่ในสรวงสวรรค์ ทั้งที่ได้ทำไว้แต่ปางก่อน หรือได้ทำไว้ในชาตินี้ เราสามารถเบิกบุญนั้นมาแจกจ่ายอุทิศให้แก่ผู้อยู่ในโลกวิญญาณได้เหมือนเรามีเงินเก็บในธนาคาร เราก็ใช้บัตรเอทีเอ็มกดเบิกเงินออกมาใช้จ่าย แต่การเบิกบุญนั้นที่สำคัญลืมไม่ได้เลยต้องอาศัยอำนาจพระรัตนตรัยขึ้นนำก่อนเสมอ คือให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ด้วยอำนาจของพระพุทธเจ้า ด้วยอำนาจของพระธรรม ด้วยอำจานของพระสงฆ์ จงดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้าที่ทำมาแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันถึงแก่.............................................” จะให้ใครก็คิดนึกเอาเอง การเบิกบุญแจกจ่ายนี้สามารถให้ได้ทุกที่ทุกเวลา เมื่อนึกขึ้นได้ไม่ว่ายืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม อุจจาระ ปัสสาวะอยู่ก็ตาม

 

นานาปัญหาเคราะห์กรรมแก้ได้ด้วยบุญ

                ท่านที่ทุกข์ทรมานด้วยโรคภัยไช้เจ็บต่าง ๆ  โรคภัยไข้เจ็บปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเรานั้น สืบเนื่องจากการกระทำของ “เจ้ากรรมนายเวร” ผู้เคียดแค้นชิงชัง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ฆ่าสัตว์ย่อมอายุสั้น ผู้เบียดเบียนสัตว์ย่อมสุขภาพไม่ดี เชื้อโรคร้ายแรงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในร่างกายก็ล้วนแต่เป็นเจ้ากรรมนายเวรทั้งนั้น โรคที่ร้ายแรงเรื้อรังรักษาด้วยวิธีการกินยา ฉีดยาเข้าไปฆ่าทำลายเขา หรือการใช้พลังจิตอำนาจสมาธิอย่างใด ๆ เข้าไปขับไล่นอกจากเป็นการรักษาที่ขาดเมตตาปราณีอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้ว ขณะเดียวกันก็ยิ่งทำให้เหล่าเจ้ากรรมนายเวรยิ่งทวีความพยาบาทเครียดแค้นผู้ป่วยมากขึ้นไปอีกหลายโรคจึงหมดหนทางเยียวยา ผู้ป่วยต้องจมอยู่กับทุกข์เวทนาไปต่าง ๆ นานาจะตายก็ไม่ตาย จะหายก็ไม่หาย ทรัพย์สินที่มีก็พินาศไปกับค่ารักษา ทุกข์ทั้งคนป่วย ทุกข์ทั้งคนที่เป็นญาติ ๆ เป็นบริวารในที่สุดหลายรายต้องจบชีวิตลงไปอย่างน่าเสียดาย ทั้ง ๆ ที่มีทางเลือก ทั้ง ๆ ที่มีโอกาส ทั้ง ๆ ที่มีบุญอยู่ก็มากมายแต่ไม่รู้จักเบิกมาล้างแค้นให้แก่เขา ดังนั้นการเยียวยาที่ถูกต้อง ต้องโอนบุญ – เบิกบุญไปให้เฉพาะเจาะจงเจ้ากรรมนายเวร ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยนั้น ๆ (อย่าไปบอกว่าให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย......... เหมือนอย่างที่เคยทำ) และให้แก่เทวดาที่รักษาตัวเราไปในขณะเดียวกัน การอธิษฐานเบิกบุญเก่าอุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่รบกวน ควรทำวันละหลาย ๆ ครั้ง จนเขาพอใจอาการป่วยของเราก็จะหายเร็วขึ้น

                วิธีการให้บุญแก่เจ้ากรรมนายเวร ควรทำดังนี้เป็นตัวอย่างเช่น ผู้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด ก็ส่งบุญอย่างเฉพาะเจาะจงว่า “บุญนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยมะเร็งปอด ฯลฯ (สุดแต่เป็นมะเร็งอะไร) พวกเชื้อโรคมะเร็งเมื่อได้รับบุญแล้วขอให้เจ้ามีชีวิตที่ดีขึ้น มีภพที่สูงขึ้น จงหลุดจากชีวิตชั้นต่ำเดี๋ยวนี้ เมื่อเราหายแล้วจะทำบุญให้แก่พวกเจ้า ส่งชีวิตพวกเจ้าให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ พวกเจ้าจงเลิกจองเวรจองกรรมในเราเสียที ตั้งแต่นี้เราจะตั้งตนอยู่ในศีลในธรรมเลิกการเบียดเบียนเข่นฆ่าสัตว์อื่น ขอส่งบุญที่เกิดจากการรักษาศีลแก่เจ้าด้วย

                ท่านที่กลัดกลุ้มเรื่องบุตรหลานบริวาร ชอบสร้างแต่ความเดือดร้อน สั่งสอนไม่ยอมฟัง แบบนี้ต้องให้เทวดาผู้รักษาตัวเขาเป็นผู้ขนาบตักเตือน วิธีที่เทวดาตักเตือนนั้นท่านจะสั่งการลดไปที่ความรู้สึกนึกคิดจิตใจของเขา ถ้าเทวดาประจำตัวเขาเป็นมิจฉาทิฐิเมื่อได้รับบุญบ่อย ๆ เทวดาท่านจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทิพย์ของตนเอง มีชีวิตที่สุขสบายขึ้น มีฤทธิ์อำนาจขึ้นเขาจะทราบได้เองว่า สิ่งที่เขาได้รับนั้นมาจากไหน เมื่อเราอุทิศบุญให้ท่านก็อธิษฐานว่า “เมื่อเทวดาได้รับบุญแล้วขอให้มีความสุข มีกินมีใช้ มีเสื้อผ้าที่อยู่อาศัย และขอให้ช่วยอบรมตักเตือนให้ลูกข้าพเจ้าเป็นคนดีด้วย” ดังนี้ไม่นานหรอกจะเกิดเรื่องพิสดารขึ้นกับบุตรเกเรคนนั้น จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนดีแน่นอน

                คนที่กลุ้มเรื่องแฟน เรื่องครอบครัว สามี/ภรรยา เรื่องเพื่อน/คนรอบข้าง คู่ครองของตนเองเป็นคนที่น่าเอือมระอาเหลือเกิน อยากให้คู่ครองเป็นคนดี รักเรา ละเลิกจากการประพฤติชั่วเหลวไหล ก็ให้ทำยุทธวิธีแบบเดียวกันที่ให้บุญแก่เทวดาที่รักษาบุตร แล้วท่านจะพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ

                หากกิจการ ธุรกิจการค้าขายของท่านล้มเหลว หรือซบเซาเมื่อท่านทำบุญทุกครั้ง ควรอุทิศให้แก่เทวดาประจำตัวท่าน และเทวดาที่ดูแลกิจการค้าพร้อมกันไป แล้วอธิษฐานว่า “เทวดารับบุญของเราแล้วโปรดช่วยเหลือกิจการค้าธุรกิจของเราให้ประสบความสำเร็จด้วยเถิด ถ้าเราร่ำรวยขึ้นก็จะทำบุญให้ท่านยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก” จะใช้คำเรียกตนเองว่าข้าพเจ้า ว่าข้า ว่าเรา ก็ได้ทั้งนั้น

                ท่านที่เปิดร้านค้าขาย จะเป็นร้านอะไรก็แล้วแต่ เมื่อทำบุญก็ให้อุทิศบุญแก่เทวดาที่รักษาร้านค้านั้นด้วย แล้วบอกว่า “เทวดาเมื่อได้รับบุญแล้วโปรดเรียกลูกค้ามาอุดหนุนให้มาก ๆ ด้วย”

                การอุทิศโอนบุญไม่ต้องพูด อย่าไปอุทิศเอาตอนกรวดน้ำให้ใช้เพียงแค่การคิด และต้องรีบคิดในทันที อย่ามัวรีรอชักช้าเป็นอันขาด เพราะแสงบุญที่เกิดขึ้นจะดำรงอยู่ในไม่กี่วินาที และจะหายวับไปอยู่ในสวรรค์ ถ้าเราฝึกบ่อย ๆ เราจะชำนาญในการคิด เพราะการคิด...... กระแสบุญจะแรงกว่าการพูดออกจากปาก เวลาหย่อนของในบาตรปั๊บให้คิดส่งบุญทันที และต้องคิดให้ชัดเจนอย่าลางเลือน เวลาให้ของแก่ใครเมื่อของหลุดจากมือปั๊ป เราต้องคิดส่งบุญทันที อย่ารอช้า !!!

                ผู้มีอาชีพเกี่ยวกับการฆ่าหรือเบียดเบียนสัตวอื่น เช่น เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ คนขายเนื้อสัตว์ ชาวประมง ขายปลาสดตามตลาด เชือดไก่ขาย คนเหล่านี้ต้องสร้างบาปกรรมทุกวัน ๆ จึงก่อความเคียดแค้นชิงชังให้แก่สัตว์ที่ถูกฆ่าทุกวี่ทุกวัน เขาก็พยายามจองล้างจองผลาญ แต่ในขณะที่บุญเก่าของผู้นั้นยังมีอยู่ เจ้ากรรมนายเวรก็ทำอะไรไม่ได้ แต่หากว่านายเวรเขาสบโอกาสได้ช่องเมื่อไรวิญญาณสัตว์ที่เคียดแค้นเหล่านั้น (นายเวร) จะให้เคราะห์หามยามซวยแก่เราได้ทันที ดังนั้นต้องพยายามไถ่ถอนกรรมของตนเองด้วยการทำบุญแล้วโอนอุทิศให้วิญญาณสัตว์ที่ตัวเองฆ่า ทำบ่อย ๆ ส่งบ่อยๆ เอาเนื้อที่เราขายนั้นทำอาหารถวายพระหรือเลี้ยงผู้อื่น อธิษฐานว่า “บุญนี้ให้สัตว์ทั้งหลายที่ได้ฆ่า หรือผู้อื่นฆ่าเพราะคำสั่งเรา เหล่าสัตว์เหล่าใดได้รับบุญแล้วขอให้มีความสุขความเจริญ มีชิวิตวิญญาณที่ดีขึ้น จงหลุดพ้นจากกรรมเวรที่ตัวเองได้สร้างไว้แล้ว จงมีภพที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นเทวบุตรเทวดาในสรวงสวรรค์ เมื่อได้รับบุญแล้วจงอโหสิกรรมให้เราด้วยอย่าได้จองเวรซึ่งกันและกันเลย เจ้าตายเพราะเรา แต่ก็มีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะเรา ดีกว่าตายเองหรือตายเพราะฝีมือผู้อื่น ซึ่งมีชีวิตทุกข์ทรมาน”

                ผู้ที่ถูกผีเข้า จงเอาของให้ทานแก่ผู้ทรงศีล จะพระหรือฆาราวาสก็ได้ แล้วอุทิศบุญเจาะจงถึงผีในร่างผู้ป่วยขอให้ได้รับบุญนี้เมื่อได้บุญแล้วโปรดออกจากร่างผู้ป่วยเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ยอมออกก็ให้บ่อย ๆ ให้สิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เงินห้าบาทสิบบาท ให้กาแฟ 1 แก้ว โอวัลติน 1 แก้ว แล้วอุทิศได้ทั้งนั้น

                ผู้ที่ถูกคุณไสย ให้อธิษฐานดังนี้ “ด้วยอำนาจพระพุทธเจ้า ด้วยอำนาจพระธรรม ด้วยอำนาจพระสงฆ์ โปรดจงลบล้างอำนาจชั่วช้าต่ำทรามที่มีผู้ส่งเข้าผู้ป่วยให้สูญสลายไป ณ บัดนี้” ขอบุญนี้จงถึงวิญญาณชั่วร้ายที่มีคนส่งเข้าร่างผู้ป่วยเมื่อเจ้าได้รับบุญแล้ว จงมีความสุขความเจริญ จงมีฤทธิ์ มีอำนาจหลุดพ้นจากการบังคับกดขี่ของผู้ทรงเวทวิทยาคมที่ส่งเจ้ามาจงออกจากร่างคนป่วยเดี๋ยวนี้” ถ้าไม่หายให้ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้นเองโดยไม่ต้องไปทำพิธีอะไรอื่น ไม่ต้องไปเสาะหาจ้างหมอผีผู้มีวิทยาคมที่ไหนมาแก้ เพราะอำนาจของพระรัตนตรัยนั้นยิ่งเหนือทุกสิ่งทุกอย่างในสากลจักรวาลอยู่แล้ว

                หลีกเลี่ยงการสวดมนต์เพื่อขับไล่วิญญาณ บทสวดมนต์แต่ละบทมีอำนาจขับไล่และเบียดเบียนพวกวิญญาณชั้นต่ำในโลกทิพย์ให้ได้รับความเดือดร้อน พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติห้ามมิให้ภิกษุทำน้ำมนต์ขับไล่ผีไว้ในพระวินัยบัญญัติ ดังนั้นการสวดมนต์เพื่อเจริญพุทธานุสติ ธัมมานุสติ และสังฆานุสติ โปรดอย่าไปตั้งจิตกำหลาบคุกคามผีปีศาจชั้นต่ำทั้งหลายให้ได้รับความเดือดร้อน เมื่อจะสวดให้ตั้งจิตระลึกเสียก่อนว่า “ภูติผีปีศาจชั้นต่ำทั้งหลายบัดนี้เราจะกล่าวบทสวดมนต์ใครชอบฟังเอาบุญกุศลก็ให้ตั้งใจฟัง หากใครฟังแล้วทรมานก็หลีกหนีไปที่อื่นจนกว่าเราจะสวดมนต์เสร็จแล้วจึงกลับมาเถิด เราไม่ได้สวดเพื่อขับไล่ใครแต่สวดเพื่อเจริญในพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณเท่านั้น”

                โปรดอย่านิมนต์พระมาทำพิธีขับไล่ภูตผีในที่อยู่อาศัย ควรงดเด็ดขาดเพราะวิญญาณนั้นเขาอยู่อาศัยที่นั้นมาก่อนเราอย่างสงบสุข บางตนก็เป็นวิญญาณที่เราเคารพรักมาก่อน ตายไปแล้วบุญน้อยกุศลน้อยก็เป็นภูตผีอาศัยอยู่ในบ้านนั้น ภูตผีบางตนมีความทุกข์เดือดร้อนพยายามส่งกระแสความเดือนร้อนให้เรารู้สึกเพื่อจะได้ทำบุญส่งให้เขาแต่คนไม่เข้าใจคิดว่าเบียดเบียนหลอกหลอน จึงนิมนต์พระมาสวดขับไล่ เมื่อเราไปทำพิธีขับไล่ก็ยิ่งเดือดร้อนหนักเข้าไปอีก แล้วพวกวิญญาณเหล่านั้นก็จะรวมหัวกันกลั่นแกล้งผู้คนในบ้านให้เดือดร้อนวุ่นวายกันมากขึ้น มีแต่เรื่องทะเลาะกัน ขัดแย้งกันเนือง ๆ สังเกตดูบ้านไหที่มีคนถือวิชาอาคมสวดมนต์ไล่ผีบ่อย ๆ คนในบ้านจะหาความสุขความสงบไม่ได้เลย พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา ทะเลาะขัดแย้งด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนฆ่ากันตายมานักต่อนัก ฉะนั้นต่อไปเมื่อเหตุเดือดร้อนภายในบ้านหรือองค์กร ควรทำบุญอุทิศให้พวกเขาเมื่อพวกเขาอยู่สุขสบายก็เลิกรบกวนเรา แล้วจะกลับมาเป็นองครักษ์ชั้นดีที่คอยปกปักรักษาเราต่อไป

                หลีกเลี่ยงการติดผ้ายันต์กันภูตผีในบ้าน หรือพกเครื่องรางของขลังที่เบียดเบียนวิญญาณชั้นต่ำ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกระทบกระเทือนถึงวิญญาณชั้นต่ำให้ได้รับความเดือดร้อนและเคียดแค้นอันจะส่งผลให้เขากลับมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรจองล้างจองผลาญเราไม่มีที่สิ้นสุดโดยที่เราไม่รู้ตัว บ้านเรือนเคหะสถานเป็นของที่มีอยู่ในโลกนี้เป็นทั้งที่อยู่ของผู้มีชีวิตในโลก และในอีกมิติหนึ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่ควรเห็นแก่ตัวว่าเป็นสมบัติของเราเพียงผู้เดียวควรร่วมกันอยู่อย่างสงบสุข พวกวิญญาณต้องอาศัยบุญกุศลถึงอยู่ได้ ถ้าได้รับบุญจากมนุษย์ผู้อาศัยในผืนแผ่นเดียวกันเขาย่อมพึงพอใจและจะรักษามนุษย์ให้มีความสุขความเจริญ แม้พระพุทธเจ้าก็ตรัสสอนไว้ในเทวดาทิสสทักขิณานุโมทนาว่า

                ยัสมิง ปะเทเส กัปเปติ วาสัง ปัณฑิตะชาติโย

                สีลวันเตตถะ โภเชตวา สัญญะเต พรหมะจานิโม

                ยา ตัตถะ เทวดา อาสุง ตาสัง ทักขิณะมาทิเส

                ตา ปูชิตา ปูชะยันติ มานิตา ฆานะยันติ นัง

                ตะโต นัง อนุกัมปันติ มาตา ปุตตัง วะ โอระสัง

                เทวะตานุกัมปิโต โปโล สะทา ภัทรานิ ปัสสะติ

                แปลความว่า ผู้ฉลาดชาติบัณฑิต เมื่ออาศัยอยู่ ณ สถานที่แห่งใดควรเชื้อเชิญผู้ทรงศีลเข้าไปเลี้ยงดูในสถานที่แห่งนั้น แล้วอุทิศบุญให้แก่เทวดาผู้อาศัยอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้น เทวดาเมื่อได้รับการบูชาแล้ว ย่อมบูชาตอบ คือทำความอนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้อุทิศบุญให้แล้วนั้นเหมือนบิดามารดาผู้รักบุตร ย่อมอนุเคราะห์บุตร ผู้ใดได้รับการช่วยเหลือจากเทวดาแล้วย่อมประสบแต่ความเจริญรุ่งเรืองเป็นนิจ

                การให้ทานแก่บุคคลย่อมมีผลบุญแตกต่างกัน ให้ในพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานย่อมเกิดผลมากกว่าให้พระพุทธเจ้าองค์เดียว ให้ในพระพุทธเจ้าย่อมมีผลมากกว่าให้ในพระอรหันต์ ให้ในพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ผู้ออกจากนิโรธสมาบัติย่อมมีผลมากกว่าให้ในพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ในสถานภาพปกติ ให้ในพระอรหันต์ย่อมมีผลเหนือกว่าให้ในพระอนาคามี ให้ในพระอนาคามีย่อมมีผลมากกว่าพระสกิทาคามิ ให้ในพระสกิทาคามิย่อมมีผลมากกว่าให้ในพระโสดาบัน ให้ในพระโสดาบันย่อมมีผลมากกว่าให้ผู้ทรงณาน ให้ในผู้ทรงณานย่อมเหนือกว่าให้ในพระผู้ประพฤติศีลตามปกติ ให้ในผู้มีศีลย่อมมากกว่าให้ผู้ไม่มีศีล ให้ในคนย่อมมากกว่าให้ในสัตว์ ให้ในสัตว์ผู้โพธิสัตว์ย่อมมีผลมากกว่าในสัตว์ธรรมดา ให้ในสัตว์ที่มีคุณย่อมเกิดผลมากกว่าให้แก่สัตว์ที่ไม่มีคุณ และแม้แต่ให้อาหารพวกมดพวกปลวกก็ยังเกิดบุญกุศล ดังนั้นชื่อว่าการให้ย่อมเกิดบุญกุศลทั้งสิ้นแต่จะมากน้อยก็ต่างกันไป การถวายสิ่งของแด่พระอรหันต์มีผลมากมายนับไม่ได้ แต่ถ้าให้ในภิกษุผู้ทุศีลย่อมมีผลน้อย นี่คือความแตกต่างของนาบุญ ผู้ที่รู้จักเลือกก็ให้เลือกเถิด ถ้าเลือกไม่ได้ก็ให้ถวายในสงฆ์ส่วนรวมก็มีอานิสงส์มาก

                คนในศาสนาไหนก็ส่งบุญได้ ไม่ว่าพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิก ล้วนมีวิธีสร้างกุศลผลบุญสะสมคุณงามความดีด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเกิดบุญกุศลขึ้นสามารถส่งถึงผู้อยู่ในโลกทิพย์ได้ด้วยวิธีเดียวกันถึงเช่นกันก่อผลแบบเดียวกัน

                ผลที่จะบังเกิดจากการโอนบุญ – เบิกบุญ

-          ทำให้เทวดาที่ได้รับบุญแล้ว ท่านจะมีฤทธิ์เพิ่มขึ้น สามารถช่วยเหลือผู้ส่งบุญให้ได้รับความสำเร็จ เทวดาที่รักษาเคหะสถานบ้านช่องบางหลังก็แสดงฤทธิ์แทนเจ้าของบ้าน เปิด – ปิดทีวี วิทยุ และไฟฟ้าในบ้านได้เอง ทำให้พวกโจรขโมยไม่กล้าเข้าไปยกเค้า เพราะเหมือนมีคนอยู่ในบ้าน ทั้งที่ความจริงไม่มีใครอยู่บ้านเลย เทวดาสามารถป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้บ้าน ป้องกันอันตรายจากพายุ ต้นไม้หักโค่นล้มทับบ้าน บ้านไหนถูกไฟไหม้แสดงว่าเทวดาไม่รักษา เพราะเจ้าของบ้านมีบาปกรรม และไม่เคยส่งบุญให้เทวดาและเจ้ากรรมนายเวร ที่บ้านข้าพเจ้าก็มีเหตุแปลกขึ้นบ่อย ๆ พัดลมปิดเอง ไฟฟ้าปิดเอง ถ้าทำอะไรไม่เหมาะสมจะมีสิ่งตักเตือนเกิดขึ้น

-          ทำให้เจ้ากรรมนายเวรหยุดการจองเวรแล้วกลับมาเป็นเทวดาที่ปกปักรักษาเรา

-          ทำให้เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ – สัตว์ทั้งหลาย ไปทางไหนมีเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น การเดินทางไปไหนมาไหนก็จะแคล้วคลาดจากภัยอันตราย

-          ธุรกิจการค้า หน้าที่การงานจะราบรื่น จะพบช่องทางทำมาหากินที่ชัดแจ้ง ถ้าตกงานก็จะได้งานทำ ถ้าเจ้านายเกลียดก้จะรักชอบมากขึ้น

-          ร้านอาหาร ร้านขายของ จะมีแขกเข้าร้านมากกว่าเดิม และอย่าลืมถ้ามีคนมาอุดหนุนให้อธิษฐานบุญให้แก่เทวดาที่รักษาลูกค้าที่มาอุดหนุนทันที ต่อมาเทวดาก็จะดลใจให้ลูกค้ากลับมาหาเราอีก

-          จะหลับก็ง่ายจะนอนก็สบาย ไม่ต้องใช้ยานอนหลับ ไม่ต้องสดุ้งผวาตกใจ แม้ฝันก็ฝันดี สุขภาพร่างกายก็จะแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมารบกวน

-          ครอบครัวอยู่อย่างอบอุ่นมีความสุข มีความเข้าอกเข้าใจกัน

-          เพื่อนบ้านที่เขม่นชิงชังก็จะหันกลับมาเป็นมิตรที่ดีให้ความเกรงอกเกรงใจซึ่งกันและกัน

ดังตัวอย่างที่ข้าพเจ้าเล่ามาเป็นเพียงผิว ๆ  ย่อ ๆ เท่านั้น รายละเอียดประสบการณ์ของผู้ที่ได้ปฏิบัติ

ตามแล้วได้ผลอย่างสุดจะบรรยาย ยังมีอีกมากในแต่ละวันขอให้ท่านขยันการโอน เบิก/เปิดบุญให้ถี่ ๆ อยู่บ่อย ๆ ท่านยิ่งให้ ท่านก็จะได้ผลอย่างคาดไม่ถึง ทั้งบุญก็ได้เพิ่มทวีคูณ อีกทั้งยังเป็นการเจริญเมตตาอยู่ในตัว ยิ่งถ้าท่านเป็นนักศีลนักบุญด้วยแล้ว ยิ่งเห็นผลเร็วอย่างมาก ท่านใดสนใจอยากได้แผ่นซีดี วีซีดี การแสดงธรรมของพระคุณเจ้าเกษมเพิ่มเติม โปรดแจ้งความประสงค์ได้

                คนจะเลิกทำบาปมาแสดงบุญก็เพราะได้ฟังธรรม คนจะสนทนาให้ทาน รักษาศีลบำเพ็ญภาวนา ก็เพราะได้ฟังธรรม คนจะหลุดพ้นจากทุกข์ได้ก็เพราะได้ฟังธรรม พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ธรรมทาน คือการให้ธรรมเหนือกว่าให้สิ่งอื่นทั้งหมด แม้ถวายทานในพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานก็ยังไม่เหนือกว่าการให้ธรรมทานได้”

                บุญที่เกิดจากธรรมทานนี้ ข้าพเจ้าขอมอบแด่เทวดาที่รักษาผู้อ่าน และท่านผู้ฟังทุกท่าน เมื่อเทวดาได้รับบุญนี้แล้วขอจงมีความสุขความเจริญมีฤทธิ์มีอำนาจ จงช่วยเหลือท่านผู้อ่านและผู้ฟังให้ประสบความสุขเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไปตลอดกาลนานเทอญ

                ผู้ใดอยากจะพิมพ์เผยแพ่เป็นธรรมทาน ให้อนุญาตพิมพ์ได้และให้ใส่ที่อยู่ไว้ด้วย เพื่อคนที่สนใจจะได้ขอหนังสือจากผู้รับไปพิมพ์และให้ใส่คำว่า “ห้ามขาย” ไว้ที่ปกหน้าและปกหลังของหนังสือด้วย

วิธีการเบิกบุญที่เคยทำไว้โอนออกไปดังนี้ รอบแรก
"ข้าขออำนาจพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญที่ข้าเคยทำไว้ให้ถึงแก่ เปรต-ผี-ปีศาจ-เทวดา-มาร-พรหม-ยักษ์-คนธรรพ์-กุมภัณฑ์-นาค-ครุฑ-อสูร-กินรา-เงือก ที่เป็นญาติข้าจงเป็นสุขจากบุญที่ข้าให้นี้เถิด"
รอบต่อไป
โอนให้ทุกกลุ่มเหมือนกันแต่เปลี่ยนคำลงท้ายแทนที่ขีดเส้นใต้ว่า "ที่เป็นนายเวรข้ารับบุญแล้วจงเป็นสุขเถิด ข้าขออภัยในความผิดที่เคยทำกับพวกท่านไว้ เรามาสร้างบุญร่วมกันมามีความสุขไปด้วยกันเถิด" การเบิกบุญนี้คิดได้ทุกเวลานาทีแม้ทำอะไรอยู่ก็ตาม วันละหลายๆ ครั้งมากเท่าไหร่ยิ่งดี ... .. .

การเปิดโอกาสให้ญาติต่าง ๆ เข้าสิงสถิตในทรัพย์สมบัติดังนี้
"ข้าขออำนาจพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลให้ (..........) จงเปิดโอกาสให้ เปรต-ผี-ปีศาจ-เทวดา-มาร-พรหม-ยักษ์-คนธรรพ์-กุมภัณฑ์-นาค-ครุฑ-อสูร-กินรา-เงือก ที่เป็นญาติข้าและผู้ที่อยากเป็นญาติข้า จงตั้งใจขอเป็นญาติข้า เข้าสิงสถิตตามสมควรแก่ภูมิของตนเถิด ข้าจะทำบุญให้ เมื่อได้บุญแล้วจงช่วยให้กิจการที่ทำอยู่นี้รุ่งเรือง มีความสุขร่วมกันตลอดไปเถิด"


หมายเหตุ : ที่ (..........) ใครจะเติมคำว่า บ้านข้า รถข้า ตู้ เตียง คอมพิวเตอร์ หรือตามสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ก็ได้ทั้งนั้น

 

การเบิกบุญแก้ไขโรคโดยเจาะจงให้เฉพาะจุด ดังนี้
"ข้อขออำนาจพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์จงบันดาลบุญที่ข้าเคยทำไว้ให้ถึงแก่นายเวรกับเชื้อโรคที่ก่อกวนอยู่ใน ......... จงเป็นสุขจากบุญที่ข้าให้นี้ แล้วออกจากร่างกายของข้าไปเถิด"
หมายเหตุ : (ตรงที่เว้น ........ ไว้นั้นให้ระบุส่วนของร่างกายที่กำลังเกิดการเจ็บป่วยหรือมีเชื้อโรคก่อกวนอยู่ เช่น ป่วยเป็นโรคตับอักเสบก็ให้บอกว่า "ให้ถึงแก่นายเวรกับเชื้อโรคที่ก่อกวนอยู่ในตับของข้านี้") หรือ หากเป็นโรคจมูกอักเสบก็ให้บอกว่า "ให้ถึงแก่นายเวรกับเชื้อโรคที่ก่อกวนอยู่ในจมูกของข้านี้" หรือ หากเป็นโรคเอดส์ก็ให้บอกว่า "ให้ถึงแก่นายเวรกับเชื้อโรคที่กัดกินหรือทำลายเม็ดเลือดขาวของข้า ที่ทำให้ข้าเป็นโรคเอดส์อยู่นี้" เป็นต้น

อนึ่ง หมอ-พยาบาลหากไม่อุทิศบุญให้กับเชื้อโรคที่ตายจากการที่ตนฉีดยา,ฉายรังสี,ผ่าตัด (เอาอวัยวะที่เสียออก) ฯลฯ เชื้อโรคที่ตายเหล่านั้นก็จะโกรธแค้นหมอ แล้วก็จะติดตามคอยเล่นงานหมอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากเล่นงานหมอไม่ได้ก็จะเล่นงานลูกหลานหรือสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่กระทั่งต้นพืชของหมอคนนั้นต่อไป (แม้หมอนวดแผนโบราณก็ให้อุทิศบุญให้กับผีปีศาจและเชื้อโรคที่ก่อกวนอยู่ในคนที่ตนรักษาด้วยเหมือนกัน)

 

การอุทิศบุญที่ได้รับผลทันที
การอุทิศบุญหรือการโอนบุญสามารถทำได้ทุกขณะจิต ดังนี้
1. การโอนบุญในชีวิตประจำวัน
ขณะที่ทำ ผู้ทำมีความสุขและมีความยินดีในการกระทำ เช่น
ตอนเช้า
- ทำอาหาร-จัดอาหารให้ผู้อื่นกิน
- ป้อนข้าวให้ลูก
- ให้เงินลูกไปโรงเรียน หรือไปส่งลูกที่โรงเรียน
- ให้ข้าวสุนัข หรือให้อาหารสัตว์เลี้ยง
บุญเหล่านี้สามารถโอนบุญได้ทันทีโดยตั้งจิตอธิษฐานว่า บุญนี้ยกให้กับ ... (เจ้ากรรม นายเวรที่เบียดเบียนข้าพเจ้า, เทวดาผู้รักษาข้าพเจ้า, เทวดาผู้รักษาพ่อแม่ข้าพเจ้า ... ฯลฯ)
ตอนกลางวัน ขณะทำงาน
- ขณะยื่นงานให้กับเจ้านาย
- เลี้ยงอาหารผู้ร่วมงาน
ตอนกลางคืน
- จัดที่นอนให้ลูก ห่มผ้าให้ลูกให้สามีภรรยา
- ดู VCD หรือฟังธรรมะแล้วเกิดความรู้หรือเกิดปีติ
หมายเหตุ : เมื่อได้ทำความดีอะไรก็ตามแม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถอุทิศบุญนั้นได้ทันที ... .. .

2. การโอนบุญเมื่อไปวัด
ขณะใส่บาตรหรือถวายของพระให้ตั้งจิตอธิษฐานทันทีว่า "บุญนี้ยกให้เจ้ากรรมนายเวรที่มาเบียดเบียนข้าพเจ้าและเทวดาประจำตัวข้าพเจ้าเมื่อรับบุญแล้ว ... (ช่วยข้าให้ได้เลื่อนตำแหน่งและได้เงินเดือนเพิ่มมากขึ้น ฯลฯ)
ขณะที่เห็นผู้อื่นทำบุญ เช่น เห็นผู้อื่นถวายของพระ ให้อธิษฐานจิตว่า "ข้าพเจ้าขออนุโมทนาบุญที่ท่านทำบุญที่เกิดจากการอนุโมทนานี้ขอยกให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของข้าที่เดินทางมาถึงและเหล่าเทพเทวาที่อยู่บริเวณบ้านข้าเมื่อรับบุญแล้วขอให้ ... (ดูแลรักษาบ้านข้าให้มีความสงบสุขและปลอดภัย ฯลฯ)"
ขณะฟังเทศน์จากพระก็โอนบุญได้เช่น "ขออนุโมทนาบุญกับพระอาจารย์ที่เทศน์ บุญนี้ยกให้แก่ ... (เจ้ากรรมนายเวรที่มาเบียดเบียนลูกข้าพเจ้าและเทวดาประจำตัวลูกข้าพเจ้า เมื่อรับบุญแล้ว จงช่วยให้...ลูกข้าเรียนเก่งและชื่อฟังพ่อแม่ ฯลฯ)"
ขณะเตรียมของถวายพระ, ล้างจาน กวาดลานวัด ฯลฯ สามารถโอนบุญได้โดยอธิษฐานจิตว่า "บุญนี้ยกให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่มาเบียดเบียนพ่อแม่ของข้าพเจ้า และเทวดาประจำตัวพ่อแม่ของข้าพเจ้า เมื่อรับบุญแล้วจงช่วยให้ ... (พ่อแม่มีความสุขความสบาย, หายขี้บ่น ฯลฯ) ในส่วนของวงเล็บสามารถปรับเปลี่ยนคำได้ตามแต่ใครจะคิดอธิษฐานเอา
หมายเหตุ : การโอนบุญ โอนให้แก่เทวดาประจำที่ทำงาน .... (เทวดาประจำบ้าน ฯลฯ เพื่อขอให้ท่านช่วยประสานงานกับเทวดาประจำตัวเราเพื่อช่วยให้... (สิ่งที่ปรารถนาสัมฤทธิ์ผล)


การโอนบุญในขณะที่ได้ใส่บาตรหรือได้ถวายของพระ ฯลฯ นั้นเมื่อของวางหลุดจากมือของตนปุ๊บให้รีบคิดโอนบุญทันทีอย่าชักช้า แล้วก็ไม่ต้องไปกรวดน้ำให้เสียเวลาเพราะบุญจะสำเร็จแก่ผู้ที่อยู่ในโลกทิพย์จากการคิดให้ (โอนให้) ไม่ใช่สำเร็จเพราะการกรวดน้ำ ... ..

วิธีปฏิบัติการเบิกโอนบุญประจำวัน
ตื่นเช้า เบิกบุญให้ผู้ที่มาเกี่ยวข้องกับเราโดยทางฝันรวมทั้งให้เทวดาประจำตัว เจ้ากรรมนายเวรที่เบียดเบียนทั้งภายนอก และภายในกายของเราตลอดถึงภูตผีปีศาจ เปรต ปอบ นาค ครุฑ อสูร ยักษ์ คนธรรพ์ กุมภัณฑ์ ยมทูต เทวดา มาร และพรหมที่เป็นญาติของเรา ที่อยู่บริเวณบ้านนี้
เข้าห้องน้ำ เบิกบุญให้แบคทีเรียจุลินทรีย์ต่าง ๆ ที่ตายจากการที่เราอาบน้ำชำระร่างกายต่าง ๆรวมทั้ง ให้เชื้อโรคต่างๆ ที่ออกไปจากร่างกายของเรา เพราะการขับถ่ายด้วย ก่อนออกจากห้องน้ำก็เบิกบุญให้กับเชื้อโรคทั้งหมดที่อยู่ในห้องน้ำ
เวลากินข้าว เบิกบุญให้กับวิญญาณสัตว์ที่สถิต ในผัก ในข้าว ในเนื้อสัตว์ ในน้ำ ในอาหารทั้งหมดนั้น รวมทั้งให้กับดวงใจสัตว์ที่ตายที่เรานำมาทำอาหารด้วย
ไปทำงาน เบิกบุญให้เทวดาประจำรถ และภูตผีปีศาจที่อยู่กับรถ และบอกเทวดาให้คุ้มครองป้องกันให้การเดินทางปลอดภัย ขณะเดินทาง เบิกบุญให้ภูตผีปีศาจ ปอบ เปรต เทวดา ฯลฯ ที่อยู่ตามถนนหนทาง ถึงที่ทำงาน เบิกบุญให้เทวดาประจำตัวผู้ร่วมงานทั้งหลาย และ ภูตผีปีศาจ ปอบ เปรต อสูร ฯลฯ ที่อยู่ในที่ทำงาน
ถ้ามีอาการเครียด ก็โอนบุญให้เทวดา เจ้ากรรมนายเวรที่เบียดเบียนอยู่ทั้งภายนอกและภายในกายและที่ก่อกวนอยู่รอบดวงจิตของเรา
กลับจากทำงาน เบิกบุญให้เทวดาประจำรถ และภูตผีปีศาจ ปอบ เปรต ฯลฯ ที่อยู่ในรถ และตามถนนที่จะเดินทางกลับ
เมื่อถึงบ้าน ก็เบิกบุญให้ หมู่ภูตผีปีศาจ ปอบ เปรต อสูรกาย นาค ครุฑ อสูร ยักษ์ คนธรรพ์ กุมภัณฑ์ ยมทูต เทวดา มาร และพรหมที่เป็นญาติของเรา ทำกิจธุระส่วนตัวใด ๆก็เบิกบุญให้ เหมือนตอนเช้า
ถ้านอนไม่หลับ ให้เบิกบุญ ให้เจ้ากรรมนายเวรที่เบียดเบียนอยู่ทั้งภายนอกและภายในและรอบดวงจิตของเรา หรือให้ผู้ที่ทำให้ข้านอนไม่หลับอยู่ในเวลานี้ เป็นต้น


(ทุกครั้งที่เบิกโอนบุญให้ว่า .... ข้าพระพุทธเจ้า ขอถึงอำนาจ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลให้บุญที่ข้าพเจ้าเคยสร้าง มาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน บุญนี้จงถึงแก่)

วิธีอนุโมทนาบุญ


ในขณะที่เห็นผู้อื่น ถวายสังฆทาน ใส่บาตร ทำทาน เมื่อสิ่งของนั้นหลุดจากมือไปแล้วให้คิดในใจทันทีว่า สาธุบุญนี้จงถึงแก่ (อธิษฐานให้ตามที่ปรารถนา) หรือเห็นผู้อื่นรักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา ทำการใดๆ ที่เป็นบุญเป็นกุศล ก็อนุโมทนาบุญได้ ... .. .

 

ประโยชน์การโอนบุญ
1.ร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เพราะเจ้ากรรมนายเวรไม่มาเบียดเบียนหรือหากป่วยอยู่ก็ทำให้หายเร็วขึ้น
2.ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจและมุ่งหวัง เพราะเทวดาที่ดูแลเราช่วยเหลือ และเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นศัตรูกลับกลายเป็นมิตร
3.ครอบครัวมีความสุข ลูกเชื่อฟังพ่อแม่
4.ช่วยให้จิตใจอ่อนโยนมีเมตตา
5.การเดินทางปลอดภัย เพราะเป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์


6.ปฏิบัติธรรม เจริญในธรรมปัญญาเกิดขึ้นง่าย ...

 

การนั่งสมาธิ
ขณะเริ่มนั่งให้แผ่บุญเสียก่อน โดยอธิษฐานว่า "ขอบุญกุศลที่เกิดขึ้นในขณะภาวนาของข้าคราวนี้จงสำเร็จแก่ (เจ้ากรรมนายเวรที่เบียดเบียนอยู่ภายนอกและนายเวรที่ก่อกวนอยู่ภายในร่างกายของข้าพเจ้าเทวดาประจำตัวข้าพเจ้า นาค ครุฑ อสูร ยักษ์ คนธรรพ์ เงือก กินรา ยมทูต มาร พรหม และภูตผีปีศาจ ปอบ เปรต ที่อยู่บริเวณนี้) ขอให้ท่านอย่าได้ขัดขวางการปฏิบัติ สมาธิภาวนาของข้าพเจ้า"
หรือจะแปรสภาพบุญก่อนว่า "ขอบุญกุศลที่เกิดขึ้นในขณะภาวนาของข้าคราวนี้ จงแปรสภาพเป็นสิ่งต่าง ๆ ตามที่อมนุษย์ที่อยู่รอบๆ ข้าเวลานี้เขาต้องการแล้วขอให้บุญที่แปรสภาพแล้วนั้นเป็นของเหล่าอมนุษย์ที่อยู่รอบ ๆ ข้านี้ ขอให้เขาสมปรารถนาจากบุญที่ข้าให้นี้เทอญ" ... .. .
 
ข้อความชุดนี้มาจาก หนังสือ "คำสอนการอุทิศบุญที่ได้ผล"
ของ หลวงพ่อพระอาจารย์ "เกษม อาจิณณสีโล" พระอริยะเจ้าแห่ง วัดป่าสามแยก โดยท่าน ใช้ คำว่าโอนบุญเบิกบุญ แทน การอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลของเราที่สะสมเอาไว้


เพื่อให้เข้าใจง่ายในเรื่องการสะสมกำลังบุญและอุทิศออกให้บุคคลอื่น
คล้ายกับการเบิกออกโอนให้
 
จิตที่ฝึกดีแล้ว อบรมดีแล้ว บังคบดีแล้ว เพ่งดีแล้ว ย่อมไม่วุ่นวาย ไม่ร้อนรน เป็นสุข มีพลัง มีอำนาจ ควรแก่การงาน การฝึกจิตหรือการอบรมจิต จิตจะสงบเป็นฌาน ต้องกำจัดนิวรณ์ที่เป็นเครื่องกั้นจิต เป็นสิ่งที่กั้นจิตไม่ให้บรรลุณาน และการจะกำจัดนิวรณ์ได้ ต้องมีศีลให้บริสุทธิ์เสียก่อน นิวรณ์นั้นมี ๕ ประการ คือ
  • กาม คือ ความกำหนัด
  • พยาบาท คือ ความคิดร้าย ความขัดเคืองแค้นใจ
  • ถีนมิทธะ คือ ความหดหู่ ความง่วงเหงาซึมเซา
  • อุทธัจจกุกกุจจะ คือ ความฟุ้งซ่าน ความร้อนรนใจ
  • วิจิกิจฉา คือ ความลังเลสงสัย
แก้ไขล่าสุด : 30/01/2010